ไทยเบาหวาน

ยินดีต้อนรับสู่ ไทยเบาหวาน : โรคเบาหวาน เราอยากให้คุณอยู่กับมันอย่างมีความสุข

โรคเบาหวาน เป็นโรคที่อยู่คู่กันสังคมไทยมายาวนาน ตัวเลขเมื่อปี 2514 พบว่า 3.5 จากประชากร 100 คน คือผู้ป่วยเบาหวาน แต่ที่น่าตกใจคือ ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็น 9.5 จากประชากร 100 คน นั่นหมายความว่า… “เพื่อนร่วมงานของคุณ ใน 10 คน จะมี 1 คน คือผู้ป่วยโรคเบาหวาน

สิ่งที่ผู้ป่วยโรคเบาหวานต้องจ่ายให้กับโรคนี้ มิใช่แค่เพียงค่ายารักษาโรคเบาหวานเท่านั้น สิ่งที่พวกเขาสูญเสียมากที่สุดคือ “อิสรภาพในการดำเนินชีวิต” อันนี้ต่างหากที่่น่าเห็นใจที่สุด

อยู่กับโรคเบาหวานอย่างเป็นสุข

อยู่กับโรคเบาหวานอย่างเป็นสุข

ย้อนกลับไปหลายพันปีก่อน มนุษยชาติได้รู้จักกับ “โรคเบาหวาน” ในสมัยนั้นการตรวจเบาหวานจะใช้วิธีการ “ชิมปัสสาวะ” จึงเป็นที่มาของ “Diabetes Mellitus” ซึ่งแปลว่า “ปัสสาวะที่มีรสหวาน” ในประเทศไทยก็มิได้ต่างกันแต่อย่างใด สมัยก่อนเรียกการปัสสาวะว่า “เบา” เมื่อปัสสาวะมีรสหวานจึงเป็นที่มาของ “เบาหวาน

เบาหวาน เป็นภาวะของร่างกายที่มีความผิดปรกติของระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งเกิดจากความบกพร่องในการนำน้ำตาลในเลือดไปใช้ อาหาร-เครื่องดื่มที่เราบริโภคคือแหล่งพลังงานที่จะถูกเปลี่ยนเป็นน้ำตาล “กลูโคส” เพื่อเป็นพลังงานให้กับเซลล์ของร่างกาย และมีตัวนำพาเข้าสู่เซลล์คือ “ฮอร์โมนอินซูลิน” ดังนั้นเมื่อปริมาณฮอร์โมนอินซูลินที่ผลิตโดยตับอ่อนมีปริมาณน้อยกว่าที่ควรจะเป็น จึงทำให้เหลือน้ำตาลในเลือดในปริมาณที่สูงกว่าปรกติ เมื่อถึงจุดหนึ่ง น้ำตาลจะถูกขับออกมาทางปัสสาวะ นั่นเป็นที่มาของโรคเบาหวานนั่นเอง


เว็บไซท์แห่งนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เป็นแหล่งข้อมูลทางเลือก อันจะช่วยเหลือผู้ป่วยเบาหวานได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งน่าจะเน้นหนักไปที่ “การอยู่กับเบาหวานให้เป็นสุข” ให้มากที่สุด โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกินและการดำเนินชีวิตเพื่อไม่ให้อาการเบาหวานกำเริบไปมากกว่าที่เป็นอยู่และน่าจะช่วยให้ผลการรักษาดีขึ้นมาได้

ด้วยความนับถือยิ่ง
ไทยเบาหวาน

บทความแนะนำ – นานา สาระ โรคเบาหวาน

การรักษาโรคเบาหวานด้วยธรรมชาติบำบัด ตอนที่ 5
การรักษาโรคเบาหวานด้วยธรรมชาติบำบัด ตอนที่ 5

โดย นายแพทย์ทีปทัศน์ ชุณหสวัสดิกุล

ผลของการรักษาเบาหวานแบบองค์รวม
โปรแกรมการรักษาเบาหวานด้วยธรรมชาติบำบัดของบัลวี
พบว่าผู้ป่วยเบาหวานน้ำตาลลดลงเกือบทุกคน และที่เห็นว่าน้ำตาลในเลือดแกว่งขึ้นแกว่งลงก็เพราะว่าเมื่อมีการลดยา หลังคุมน้ำตาลได้ 3 วัน ผลออกมาดี ก็ลดยาลงเล็กน้อย คุมต่อก็ลดลง ๆ สถิติสูงสุดที่เราทำได้ คือ มีคุณป้าคนหนึ่งเฉลี่ยมีน้ำตาล 386 mg% ผ่านไป 10 วัน เหลือ 162 mg% แล้วเราทำต่ออีก 1 เดือน น้ำตาลเหลือ 126 mg% แค่สามอย่างนี้(กินผักกินเนื้อ, ออกกำลังกาย, ทำสมาธิ) จาก 386 mg% เหลือ 126 mg% ซึ่งเป็นวิธีที่น่าสนใจ
การตรวจน้ำตาลโดยการเจาะเลือด FBS ที่ปลายนิ้ว เป็นแค่ค่าของวันนั้น อย่างที่คุณหมอเทวัญได้เกริ่นนำไปแล้ว ผู้ป่วยเบาหวานหลอกหมอ อีกสองวันจะไปพบแพทย์เพื่อตรวจเบาหวาน ก็อดข้าว อดน้ำอย่างดี น้ำตาลลดลง ซึ่งมันยังไม่พอ ต้องดูค่าเฉลี่ยของน้ำตาลในเลือด ถ้าจะให้ดีต้องดู HbA1c หรือ Hemoglobin A1C ตามหลักมาตรฐาน HbA1C จะตรวจทุกสามเดือน คนไข้ที่มาเข้าคอร์สตรวจทุก 10 วัน วันแรกที่เข้าคอร์สเราตรวจ 1 ครั้ง แล้วพอออกจากคอร์สเราก็ตรวจ HbA1c พบว่าลดลง
read more

การรักษาโรคเบาหวานด้วยธรรมชาติบำบัด ตอนที่ 4
การรักษาโรคเบาหวานด้วยธรรมชาติบำบัด ตอนที่ 4

โดย นายแพทย์ทีปทัศน์ ชุณหสวัสดิกุล

เราแบ่งระดับของการรักษาโรคเบาหวานเป็น 4 ระดับ คือ
ระดับที่ 1 ควบคุมอาหารอย่างเดียว
ระดับที่ 2 ควบคุมอาหารโดยใช้ยากินร่วมด้วย
ระดับที่ 3 ควบคุมอาหาร ใช้ยากินและใช้อินซูลินฉีด แต่ฉีดเฉพาะตอนก่อนนอน
ระดับที่ 4 ควบคุมอาหาร ใช้อินซูลินฉีดอย่างเดียว
ถ้าเกิดเมื่อไหร่ก็ตาม เข้าการทดลองแล้วเปลี่ยนระดับการรักษาจากระดับ 4 ฉีดยาอินซูลินอย่างเดียว มาเป็นกินยาได้ แสดงว่าได้ผลดีมาก หรือจากใช้ยากินและยาฉีด เอามากินอย่างเดียว จากระดับ 3 มาระดับ 2 ถือว่าดีมาก หรือควบคุมอาหารและใช้ยามาควบคุมอาหารอย่างเดียว ไม่ต้องใช้ยา ถือว่าผลการรักษาดี เป็นการรักษาง่าย ๆ แบ่งออกเป็น 4-5 กลุ่ม ปรากฏว่าผลออกมาเป็น ผู้ป่วยเบาหวานที่ตอบสนองดีมาก คือ งดยาได้ มีถึง 42% และพวกที่ยังงดยาไม่ได้ แต่ใช้ยาน้อยกว่าเดิม ทั้งฉีดทั้งกิน มีถึง 30% รวมแล้ว 70% พวกที่เหลือควบคุมได้ปานกลาง ควบคุมได้ไม่ดี
read more

การรักษาโรคเบาหวานด้วยธรรมชาติบำบัด ตอนที่ 3
การรักษาโรคเบาหวานด้วยธรรมชาติบำบัด ตอนที่ 3

โดย นายแพทย์ทีปทัศน์ ชุณหสวัสดิกุล

กินอย่างไร ? น้ำตาลจึงไม่แกว่ง
ในช่วงหลังมานี้เริ่มมีการศึกษาอาหารบางประเภทที่ไม่ทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้น ด้วยการเปรียบเทียบอาหาร 2 ประเภทคือ
- ประเภทที่ 1 คือ ประเภทที่เป็นน้ำตาลล้วน ๆ มีรสหวานจัด หรือ น้ำตาลแป้งขัดขาว
- ประเภทที่ 2 คือ อาหารจากธรรชาติ เช่น ข้าวกล้อง เผือก มัน
อาหารประเภทแรกเมื่อรับประทานเข้าไปไม่นาน ปริมาณน้ำตาลในเลือดจะสูงขึ้นมากกว่าอาหารประเภทที่ 2 ที่มี complex คาร์โบไฮเดรตและไฟเบอร์รวมอยู่ด้วย องค์ประกอบนี้มีส่วนช่วยลดการดูดซึมน้ำตาล อันมีผลกับปริมาณน้ำตาลในเลือดโดยตรง
ในขณะที่อาหารประเภทที่แรกนั้นมีส่วนกระตุ้นให้เกิดการสร้างอินซูลินในปริมาณสูง มีผลต่อเนื่องในผู้ป่วยเบาหวานที่มีอาการดื้ออินซูลิน มันก็จะทำให้เกิดไขมันสะสมขึ้น เรียกว่า “อินซูลินแทรบ” ซึ่งเป็นกับดังของอินซูลิน เนื่องจากเมื่อมีอินซูลินออกมา แต่ไม่สามารถนำไปใช้ควบคุมน้ำตาลได้ ร่างกายจะเร่งการเปลียนน้ำตาลไปเป็นไขมันสะสม เกิดผลตามมาคือ “โรคอ้วน
read more

การรักษาโรคเบาหวานด้วยธรรมชาติบำบัด ตอนที่ 2
การรักษาโรคเบาหวานด้วยธรรมชาติบำบัด ตอนที่ 2

โดย นายแพทย์ทีปทัศน์ ชุณหสวัสดิกุล

ปัญหาอื่น ๆ ที่เกิดจากเบาหวาน
ปัญหาหลอดเลือดใหญ่ (Macro vascular complication) โรคเบาหวาน ทำให้เกิดภาวะ ไขมันในเลือดสูง ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจขาดเลือด เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นอัมพฤต อัมพาต ภาวะไขมันในเลือดสูงที่เกิดขึ้นร่วมด้วยจะทำให้เกิดหลอดเลือดเสื่อมตัวเร็ว เกิดโรคท่อเลือดแดงและหลอดเลือดแดงแข็ง (Atherosclerosis) ได้ง่ายขึ้น เกิดโรคของหลอดเลือดส่วนปลายอุดตัน (Peripheral vascular disease) เส้นเลือดบริเวณปลายมือปลายเท้าไม่ดี จะมีอาการเส้นเลือดอุดตันได้ง่าย ซึ่งหลอดเลือดปกติจะเป็นรูกลม ๆ พอมีไขมันในเลือดสูง ๆ จะไปเกาะเป็นทาง ทำให้เกิดการอุดตันขึ้น
โรคเบาหวาน ถูกจัดอยู่ในกลุ่มโรคที่เกิดจากการเผาผลาญอาหารที่ผิดปกติ (Metabolic Syndrome) คือ มีน้ำหนักตัวมากและมีน้ำตาลในเลือดสูง แต่ก่อนกำหนดว่าเป็นเบาหวานเมื่อน้ำตาลในเลือดเกิน 126 mg% ล่าสุดถ้าตรวจพบน้ำตาลในเลือดมากกว่า 100 mg% แพทย์จะให้ตรวจซ้ำ เนื่องจากมีภาวะเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวาน
read more

การรักษาโรคเบาหวานด้วยธรรมชาติบำบัด ตอนที่ 1
การรักษาโรคเบาหวานด้วยธรรมชาติบำบัด ตอนที่ 1

โดย นายแพทย์ทีปทัศน์ ชุณหสวัสดิกุล

สำหรับเนื้อหาที่นำมาบรรยายในหัวข้อนี้เป็นประสบการณ์ที่ศูนย์ธรรมชาติบำบัดบัลวี ได้ใช้ในการดูแลผู้ป่วยเบาหวานมาระยะเวลาหนึ่ง เป็นการดูแลรักษาโดยใช้ธรรมชาติบำบัด ก่อนอื่นขอปูพื้นสักนิดเรื่องเบาหวาน เป็นข้อมูลเชิงการแพทย์

เบาหวานคืออะไร
เบาหวาน ภาษาทางการแพทย์เรียกว่า “Diabetes Melitus” หรือ DM เป็นโรคที่มีความผิดปกติของการนำน้ำตาลไปใช้เป็นพลังงาน (Glucose Utilization) ซึ่งจริง ๆ แล้วสามารถแบ่งแยกย่อยได้หลายชนิด ทางการแพทย์มี 5-6 ชนิด แต่ที่รู้จักกันมี 2 ชนิด คือ
1. DM type I ซึ่งพบน้อยประมาณ 10%
2. DM type II พบประมาณ 90%
ความแตกต่างระหว่างเบาหวาน 2 ชนิด
DM type I เบาหวานชนิดที่หนึ่ง เป็นความผิดปกติของการสร้างฮอร์โมนที่เรียกว่า อินซูลิน (Insulin) คือไม่สามารถสร้างได้ เนื่องจากเซลล์ที่อยู่ในตับอ่อน หรือ Beta cell ถูกทำลาย
read more

Last Modified : August 27th, 2011